| ระกำหวาน ผลไม้พื้นบ้าน |
|
|
|
| เขียนโดย Administrator |
| วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2009 เวลา 23:54 น. |
|
วันนี้ผมจะนำเรื่องของระกำหวานมาเล่าให้กันนะครับ ก่อนอื่นๆคงต้องอธิบายเสียก่อนว่าระกำหวานมันเป็นอย่างไร ![]() ข้อมูลพื้นฐานของระกำ ระกำเป็นพืชตระกูลปาล์ม ซึ่งมีต้นหรือเหง้าเตี้ย ยอดแตกเป็นกอ ใบมีลักษณะยาวเป็นทาง ยาวประมาณ 2-3 เมตร ลำต้นมีหนามแหลมยาวประมาณ 1 นิ้ว ออกผลเป็นทะลาย ทะลายหนึ่งมีตั้งแต่ 2-5 กระปุก เปลือกผลมีหนามแข็งเล็ก ๆ อุ้มไปทางท้ายผล ผลหนึ่ง ๆ มี 2-3 กลีบ เป็นส่วนมากเมื่อดิบมีรสฝาดและเปรี้ยว เมื่อสุกจะมีรสหวานอมเปรี้ยว เนื้ออ่อน บาง กลิ่นหอม ฉ่ำน้ำ ระกำเป็นพืชที่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดี เจริญเติบโตและให้ผลผลิต ได้ทั่วไปในที่ดอนและชุ่มชื้น ระกำเป็นพืชที่ชอบร่มเงาปกคลุม ดังนั้นชาวสวนจึงนิยม ปลูกพืชขนาดใหญ่อื่น ๆ ให้ร่มเงาแก่ระกำ ระกำจะให้ผลผลิตมากในช่วงเดือนพฤษภาคม - มิถุนายน สถานการณ์ของระกำหวานสำหรับจังหวัดตราด ซึ่งเป็นแหล่งปลุกที่สำคัญของประเทศไทย ในปัจจุบันนับว่าเข้าขั้นที่เรียกว่าวิกฤษหนัก สาเหตุเนื่องจากพื้นที่ปลูกที่ลดลงอย่างมาก เพราะโดยส่วนใหญ่ระกำหวานมักจะไม่มีการปลูกเป็นพืชเชิงเดี่ยวมากนัก การปลูกระกำหวานจะมีการปลูกใน 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือปลูกเป็นแนวเขตแดน และปลูกแซมตามสวนผลไม้ สำหรับการปลูกเป็นแนวเขตแดน ส่วนใหญ่จะใช้ประโยชน์คือการป้องกันมนุษย์และสัตว์บุกรุกเขตแดน โดยอาศัยคุณลักษณะของทางระกำที่เต็มไปด้วยหนามแหลม ป้องกันได้ทั้งวัว ควาย ที่จะเข้ามาทำลายพืชผลทางการเกษตรที่ปลูก แถวยังเป็นแนวกันไฟชั้นเยี่ยม เนื่องจากสภาพทางและต้นที่ค่อนข้างอวบน้ำ ทำให้ป้องกันหรือชะลอเวลาเกิดไฟไหม้ในสวนได้ สำหรับการปลูกแซมตามสวนผลไม้นั้นพบมากในสวนยางพาราเก่าๆ ซึ่งมีทั้งที่เกษตรกรตั้งใจปลูกและงอกเองภายในสวน ซึ่งเกษตรกรก็สามารถใช้ประโยชน์จากระกำได้อย่างหลากหลาย การที่พื้นที่เพาะปลูกระกำลดลงไปอย่างมากมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่ปลูกผลไม้ ทำให้ระกำซึ่งเป็นพืชที่ขึ้นอยู่ทั่วไปตามป่า หรือชายทุ่ง ถูกโค่น ไถ ทำลายลง และอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พื้นที่ลดลงคือ พื้นที่สวนยางพาราขนาดใหญ่ที่ได้อายุครบตัด ถูกตัดลง ส่งผลให้มีการเผาทำลายต้นระกำไปด้วย เพื่อให้สะดวกเวลาตัดไม้และการปลูกใหม่ ซึ่งเมื่อเกษตรกรมีการปลูกใหม่ก็ไม่นิยมปลูกระกำเหมือนในอดีตเนื่องจาก ระกำมีมูลค่าทางเศรษฐกิจน้อย ทำให้ในปัจจุบันระกำที่พบเห็นในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นระกำจากอำเภอบ่อไร่และกิ่งอำเภอเกาะกูด ซึ่งยังมีสภาพป่าสมบูรณ์อยู่มาก และมักจะเป็นระกำเปรี้ยวเนื่องจาก ชาวตราดมักนำระกำเปรี้ยวมาเป็นส่วนประกอบของอาหาร ส่วนระกำหวานนั้นหาซื้อได้ยากในท้องตลาด เพราะความนิยมในการบริโภคจะน้อยกว่าสละพันธุ์เนินวงค์และพันธุ์สุมาลี คือระกำมักมีเนื้อน้อย เมล็ดใหญ่ และหนามที่แข็งและคมกว่าสละ แต่ในปัจจุบันนับว่ายังโชคดีที่ยังมีการจัดงานวันระกำหวาน ผลไม้และของดีเมืองตราดในทุกปี ทำให้ระกำหวานยังมีโอกาสออกมาเชิดหน้าชูตาต้อนรับนักท่องเที่ยวบ้าง ในช่วงเมษายน -มิถุนายน ของทุกปี ผมเองก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตของระกำหวานจังหวัดตราด ยังจะดำเนินต่อไปยังไง หรือว่ามันจะกลายเป็นตำนานบทหนึ่งที่ยังจารึกไว้ในคำขวัญจังหวัดตราดเหมือนกับพลอยแดง แต่ผมก็ยังหวังว่าระกำหวานจะเป็นพืชชนิดหนึ่งที่จังหวัดตราดจะยังคงมีการปลูกเพื่ออนุรักษ์ไว้ ให้สมกับเป็นของดีของจังหวัดตราดต่อไป |
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤษภาคม 2010 เวลา 11:57 น. |
รายการสินค้าทั้งหมด |
|
|
ค้นหาแบบละเอียด |
|
| ลืมรหัสผ่าน? | |
| ลืมชื่อผู้ใช้ของคุณ? | |
| ไม่มีบัญชีผู้ใช้? ลงทะเบียน | |
|
|
|
| ส่วนของการดาวน์โหลด |