สวนสละอาทิตย์

Your Shopping Cart




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

You are here: Home > ข้อมูล > ข่าวสาร > สละพันธุ์อินโดนีเซีย?
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
ป้ายโฆษณา
สละพันธุ์อินโดนีเซีย? PDF พิมพ์ อีเมล
อังคาร ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๖:๐๓
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2009 เวลา 13:03 น.
สละพันธุ์อินโดนีเซีย พืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามอง


สละอินโดนีเซีย
...
เป็นพืชพื้นเมืองที่ทำรายได้ให้แก่เกษตรกรในประเทศอินโดนีเซีย

เกษตรกรในประเทศดังกล่าวนิยมปลูกสละ   เนื่องจากให้ผลผลิตเร็ว   เพียงอายุประมาณ 2 ½ -3 ปี  และ 
และสามารถจำหน่ายได้ราคาดี   ดูแลรักษาง่าย    และทางภาคใต้ของประเทศไทย   โดยมีสภาพแวดล้อม
ต่าง ๆ ทางธรรมชาติคล้ายกับประเทศอินโดนีเซีย          จากการที่เกษตรกรทดลองปลูกสละดังกล่าวแล้ว 
พบว่าให้ผลผลิตใกล้เคียงกับอินโดนีเซีย จึงเห็นว่า...สละอินโดนีเซียจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกร
ไทย

สละอินโดนีเซีย เป็นพืชตระกูลเดียวกับระกำ  (ตระกูล Palmae)   มีทั้งหมด   8  สายพันธุ์
ได้แก่ พันธุ์ปุนดุก บาหลี คอนเด็ต ปาดังซีเดมป้าน มานนจายา บาดูรา อัมบาวา และ บันจัรบือการา    ส่วน
พันธุ์สละที่นิยมปลูกในประเทศอินโดนีเซีย   คือ  พันธุ์ปุนดุก   และ   พันธุ์บาหลี    เนื่องจากมีรสชาติหวาน
กรอบ เนื้อหนา ส่วนอีก 6 พันธุ์ ที่เหลือจะไม่นิยมปลูกเพราะมีรสหวานปนเปรี้ยว  ฝาด  และ   ขม


นายหะยีตือเงาะ สายาดะ (พ่อ)   และ นายดอเลาะ สายาดะ (ลูก) หมู่ที่ 3     ตำบลบาลอ
อำเภอรามัน  จังหวัดยะลา    เป็นเกษตรกรที่ปลูกสละพันธุอินโดนีเซีย  ได้ผลผลิตและสามารถจำหน่ายได้
แล้วได้ราคาดี  โดยจำหน่ายกิโลกรัมละ   120 บาท    นอกจากนั้นเกษตรกรได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ
ลักษณะเด่นของสละพันธุ์อินโดนีเซียที่เขาปลูก    คือ  เนื้อหนา   รสหวานกรอบ   ไม่ติดเมล็ด   ออกผลเร็ว
ต้นเตี้ย  และง่ายต่อการดูแลรักษา  ไม่มีโรคแมลงมารบกวน

นายหะยีตือเงาะ สายาดะ ได้เล่าให้ฟังถึงแรงจูงใจในการปลูกสละว่า “เดิมปลูกลองกองอยู่
แล้ว จำนวน 5 ไร่ ซึ่งขณะนั้น ลองกองอายุได้ 26 ปีแล้วและประสบปัญหาหนอนชอนใต้ผิวเปลือก จึงมีแนว
คิดที่จะเปลี่ยนพืชตัวใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว      และสามารถใช้พื้นที่ลองกองเดิม  5 ไร่  ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด  จึงตัดสินใจซื้อต้นสละจากประเทศอินโดนีเซีย    เมื่อปี  2543   จำนวน   660  ต้น ๆ  ละ
60 บาท  โดยนำมาปลูกเป็นแถวแซมระหว่างต้นลองกอง  ระหว่าง 3 X 5 เมตร  เมื่อปลูกได้ระยะหนึ่งพบ
ว่าปัญหาหนอนชอนใต้ผิวเปลือกลองกองลดลง  จึงตัดสินใจปลูกกต้นสละร่วมกับต้นลองกอง
และปลายปี 
2545   ได้ผลผลิตออกมา   20   กิโลกรัม    จำหน่ายได้กิโลกรัมละ   120  บาท     ซึ่งเป็นราคาที่ดีมาก ”

ผู้เขียนได้สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูก  การดูแลรักษา โรคแมลงต่าง ๆ ซึ่งเกษตรกร  ได้เล่าให้ฟัง
ต่อว่า
"สละพันธุ์อินโดนีเซียสามารถปลูกได้ทุกพื้นที่และสามารถเจริญเติบโตได้ดี    หากปลูกในพื้นที่ที่มี
ความชื้นสูง   และสามารถปลูกเป็นพืชแซม    ร่วมกับพืชอื่นจะดีกว่าเพราะเกษตรกรจะมี   รายได้จากพืช
หลักอยู่แล้วควรปลูกระหว่าง 3X5 เมตร  สำหรับการดูแลรักษาก็เหมือนพืชทั่วไปคือใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยเคมี 
สูตรเสมอ   เช่น  15 – 15 – 15   หรือ  16 – 16 – 16  จำนวน
3  ครั้ง / ปี   หากพื้นที่ฝนไม่ตกควรให้น้ำ
ประมาณ  2 – 3  ครั้ง/ สัปดาห์  จากนั้นสละจะออกดอกเมื่ออายุ   2 ½ - 3 ปี   และเก็บเกี่ยวได้ภายใน  8

เดือน   หลังจากดอกบาน   ส่วนโรคและแมลงจะไม่พบและง่ายต่อการดูแลรักษา” ผู้เขียนได้สอบถาม
ถึงข้อจำกัด   ตลอดจนปัญหา
อุปสรรคอื่นๆ ได้รับการอธิบายเพิ่มเติมว่า "ปัญหาอุปสรรคมีไม่มากเท่าไร
นัก คือเกี่ยวกับการผสมเกสร  ซึ่งสละมี 2 ประเภท คือ ต้นสละตัวผู้ และต้นสละตัวเมีย  ถ้าขาดตัวหนึ่งตัว
ใดจะไม่ติดผล โดยส่วนใหญ่ต้องการตัวผู้ : ตัวเมีย
อัตราส่วน 2 : 1 ซึ่งสละที่ปลูกอยู่แล้ว 660 ต้น จะเป็น
ตัวเมีย 450 ต้น  และตัวผู้  210 ต้น     นอกจากนั้นเรายังต้องช่วยผสมเกสรโดยนำเกสรจากดอกตัวผู้มา

ผสมกับดอกตัวเมีย ซึ่งจะทำให้ติดผลเช่นเดียวกัน” สำหรับโครงการเกี่ยวกับสละที่จะทำต่อไป      ได้รับ
การเปิดเผยต่อไปว่า
" ตอนนี้ไม่คิดจะปลูกเพิ่มแล้วเพราะเต็มพื้นที่แต่ได้ขยายพันธุ์ต้นสละเพื่อจำหน่าย
จำนวน 500 ต้น ๆ ละ 30 บาท   ซึ่งตนได้รับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลูกการดูแลรักษา  ความรู้ทาง

วิชาการและการขยายพันธุ์จากเจ้าหน้าที่ส่งเสริมเกษตรจากสำนักงานเกษตรอำเภอรามัน  และสำนักงาน
เกษตรจังหวัดยะลา” เขากล่าวในที่สุด   จากข้อมูลและคำบอกเล่าข้างต้น….คงจะเป็นการยืนยันได้ถึงจุด
เด่นของสละอินโดนีเซีย   ซึ่งเป็นพืชเศรษกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามอง    เนื่องจากรสชาติหวาน     เนื้อหนา 
ผลร่อนไม่ติดเมล็ด  ต้นเตี้ย  ให้ผลผลิตเร็ว  ราคาดี   และง่ายต่อการดูแลรักษาของเกษตรกร  คงจะเป็น
ข้อมูลประกอบในการตัดสินใจของเกษตรกรที่จะปลูกสละพันธุ์อินโดนีเซียต่อไป    และสามารถสอบถาม
รายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา         โทร... 073 – 216610    หรือ  E – mail  :
อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน หรือได้ที่เว็บไซด์   http:\\yala.doae.go.th  ในเวลาราชการ

 

ภัทรวดี   จินดาพันธ์
กัสมัน    ยะมาแล
สำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา

แก้ไขล่าสุด ใน วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2009 เวลา 18:09 น.
 
ข่าวล่าสุด ..updat !!
  • Pause
  • Previous
  • Next
1/5
แฟรนซาย กาแฟสดสวนสละอาทิตย์
สำหรับผู้ตั้งใจจริงและต้องการอาชีพ และรายได้เสริม โดยอาชีพง่ายๆ สบายๆแต่รายได้ดี
เปิดรับสมัครแฟรนซาย กาแฟสดสวนสละอาทิตย์ ลงทุนเพียง 45,000 บาท
 
ช่วงพิเศษลดเหลือเพียง 35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เท่านั้น
 
 
 
 รับอุปกรณ์ครบ เปิดกิจการได้ทันที ประกอบด้วย
1.หลักสูตรการทำกาแฟ สอนตัวตัวตัว (ไม่เข้าใจเรียนซ้ำได้)
2.เครื่องทำกาแฟสำหรับธุรกิจ                                                                       1 เครื่อง
3.เครื่องบดเมล็ดกาแฟ                                                                                  1 เครื่อง
4.เมล็ดกาแฟ อย่างละ 1 กก.    รวม                                                              4  กิโลกรัม
5.แก้วกาแฟ+ฝาปิด                                                                                 1,000 ใบ
6.แก้วตวง ช้อนตวงแสตนเลส แก้วชงกาแฟ                                                ครบชุด
    -แก้วตวงกาแฟ                                1 ใบ
    -ช้อนแสตนเลสอย่างดี                   3 อัน
    -แก้วแสตนเลส                                3 ใบ
7.เครื่องตีฟองนมเย็น                                                                                      1 ตัว                    
8.ป้ายไวนิล                                                                                                     1 แผ่น
 
 
สนใจติดต่อ 081-8916516 คุณหมู สวนสละอาทิตย์
(สูตรทำน้ำปั่นเพิ่มอีก 1000 บาท)    
              
 
 ช่วงพิเศษลดเหลือเพียง 35,000 บาท (สามหมื่นห้าพันบาทถ้วน) เท่านั้น
Read more