สวนสละอาทิตย์

Your Shopping Cart




รถเข็นของท่านยังไม่มีรายการสินค้า

   

You are here: Home > เกี่ยวกับเรา > นโยบาย
Decrease font size  Default font size  Increase font size 
ป้ายโฆษณา
การปลูกและดูแล"สละ" PDF พิมพ์ อีเมล
อังคาร ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๒ เวลา ๐๗:๓๗
บทความ - สวนสละอาทิตย์
เขียนโดย Administrator   
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน 2009 เวลา 14:37 น.
การปลูกและดูแล"สละ"
สละมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zalacca edulis อยู่ในวงศ์ Palmae นับเป็นพืชที่น่าจับตามองพืชหนึ่งผลไม้ที่มรสชาติ
หอมหวานเฉพาะตัวเป็นที่นิยมของผู้บริโภค และนิยมนำมาเป็นของฝากเป็นพืชที่มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตใน
เชิง การค้าได้ค่อนข้างเร็ว หากมีการดูแลปฏิบัติรักษาและจัดการปัจจัยการผลิตอย่างถูกต้องเหมาะสมแหล่งปลูกสละที่เหมาะสม
โดยทั่วไปสามารถปลูกได้ดีเกือบทุกสภาพพื้นที่ แต่พื้นที่ที่เหมาะสมควร มีความลาดเอียง ไม่ควรเกิน 15%
ไม่มีน้ำท่วมขัง ลักษณะดินควรเป็นดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนปนเหนียวที่มีความอุดมสมบูรณ์สูง ระบายน้ำดีมีชั้นดิน
ลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ระดับน้ำใต้ดินลึกมากกว่า50 เซนติเมตร มีค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ระหว่าง 5.0-6.5อุณหภูมิเฉลี่ย
ประมาณ 20-40 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำฝนไม่น้อยกว่า 1,500 มิลลิเมตรต่อปีและการกระจายตัวของฝนดีความชื้น
สัมพัทธ์เฉลี่ยอยู่ ู่ระหว่าง 60-70% มีแหล่งน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง น้ำควรสะอาดไม่มีสารอินทรีย์และอนินทรีย์ที่
เป็นพิษปนเปื้อน

การคัดเลือกพันธุ์สละ : การเลือกพันธุ์สละ มีวิธีการเลือกดังนี้

• เลือกพันธุ์ที่เหมาะสมกับแหล่งปลูกและตรงตามที่ตลาดต้องการ
•ตรงตามพันธุ์ซึ่งต้องเป็นต้นพันธุ์ที่ได้จากการขยายพันธุ์โดยการตัดชำลำต้นแก่หรือแยกหน่อจากต้นเพศเมีย
เท่านั้นและต้องไม่ใช่หน่อที่พัฒนามาจากไหลหรือจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อในขณะที่ต้นพันธุ์ที่ได้จากการเพาะ
เลี้ยงเนื้อเยื่อยังอาจกลายพันธุ์ได้
• มีความสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคและแมลง
การปลูกสละ : การเตรียมพื้นที่ในการปลูกสละ มีดังนี้
1. พื้นที่ดอนที่ปลูกไม้ยืนต้นไว้แล้ว
- สามารถปลูกสละร่วมกับไม้ยืนต้นเหล่านั้นได้เลยโดยอาศัยไม้ยืนต้นที่ปลูกไว้แล้วเป็นร่มเงาพรางแสง พื้นที่ดอน
ที่ไม่มีไม้ยืนต้น
- ไถพรวน ปรับพื้นที่ให้เรียบ และขุดร่องระบายน้ำหากมีปัญหาน้ำท่วมขัง
- ปลูกไม้ยืนต้นหรือไม้โตเร็วเพื่อเตรียมไว้เป็นร่มเงาของสละ
2. พื้นที่ลุ่มมีน้ำท่วมขังในฤดูฝน
• ขุดยกร่องสวนให้มีขนาดสันร่องกว้างไม่น้อยกว่า 6 เมตร ร่องน้ำกว้าง 1.5 เมตรลึก 1 เมตร
• มีระบบระบายน้ำเข้าออกเป็นอย่างดี
• ปลูกไม้ยืนต้นหรือไม้โตเร็วเป็นไม้ร่มเงาริมขอบแปลงทั้ง 2 ด้านเพื่อช่วยยึดป้องกันการพังทลายของแปลงปลูกด้วย
วิธีการปลูกสละ
ระยะปลูก สัมพันธ์กับจำนวนต้นต่อพื้นที่ โดยจำนวนต้นที่เหมาะสมเท่ากับ 100 ต้นต่อไร่ เช่น หากปลูกสละแบบ
ต้นเดี่ยว ควรปลูกในระยะ 4x4 เมตร หรือ ปลูกแบบกอไว้กอละ 3 ต้น ควรปลูกในระยะ 6x8 เมตร เป็นต้น
หรือสละ 1 ต้น ใช้พื้นที่ 14-20 ตารางเมตรการขุดหลุมปลูก ขุดหลุมปลูกให้มีขนาดกว้าง ยาว ลึก ประมาณ 30
เซนติเมตรรองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต อัตรา 500 กรัม/หลุม วางต้นพันธุ์แล้วกลบดิน
จนอยู่ระดับเดียวกับผิวดิน ควรเอาดินกลบโคนปีละ 1 ครั้ง
การพรางแสง
• สละต้องมีร่มเงาพรางแสงประมาณ 50% ของแสงปกติ วิธีการพรางแสงทำได้โดย
• กรณีปลูกในสวนไม้ผลหรือไม้ยืนต้น เช่น เงาะ ทุเรียน ขนุน ฯลฯ ควรตัดแต่งกิ่งของไม้ยืนต้นให้ได้แสงที่พอเหมาะ
• กรณีปลูกใหม่ไม่มีไม้ร่มเงาต้องปลูกไม้โตเร็วเป็นไม้ร่มเงาถาวร เช่น กระถินเทพา เพกา เหรียง ฯลฯ หรือไม้ยืนต้นอื่นที่เหมาะสมและควรปลูกมากกว่า 1 ชนิด
• ใช้ตาข่ายพลาสติกพรางแสงขึงคลุมให้ได้แสงประมาณ 50%
การป้องกันลมสวนสละต้องมีการป้องกันลมโดยทำฉากป้องกันลมหรือปลูกไม้บังลมรอบแปลง
การดูแลรักษาสละ : การดูแลรักษาสละในระยะก่อนให้ผลผลิต (อายุ 1-3 ปี)
1. การใส่ปุ๋ย
• ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 อัตรา 2-5 กิโลกรัม/กอ/ปี แบ่งใส่ 2-4 ครั้ง/ปี
• ปุ๋ยคอก อัตรา 10-20 กิโลกรัม/กอ/ปี แบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี
2. การให้น้ำ
ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอประมาณ 100-118 ลิตร/กอ/วัน สำหรับระยะปลูก 6x6 เมตร
3.การตัดแต่งทางใบ
ไม่ควรตัดแต่งทางใบมากนักนอกจากทางใบที่แก่หมดสภาพแล้วเท่านั้น หากทางใบโน้มกีดขวางการทำงานควรใช้
เชือกไนล่อนผูกรวบไว้ ทางใบที่ตัดแล้วควรนำไปปูคลุมรอบโคนต้นโดยคว่ำด้านหนามลงดินหรือบดละเอียด ด้วย เครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป
4. การตัดแต่งหน่อและการไว้กอ
สละอายุได้ประมาณ 1 ปี จะแตกหน่อออกมาจำนวนมาก หากปลูกแบบกอควรเลี้ยงหน่อไว้เพียงหน่อเดียว
(2 ต้นต่อกอรวมทั้งต้นแม่) จะทำให้สละตกผลเร็วหลังจากนั้นค่อยเลี้ยงหน่อเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนต้นตาม ต้องการ และคอยหมั่นตัดแต่งหน่อที่ไม่ต้องการออก
การดูแลรักษาสะละในระยะให้ผลผลิต (อายุ 3 ปีขึ้นไป)
1. การใส่ปุ๋ย
• ควรเก็บตัวอย่างดินและใบสละไปวิเคราะห์ทางเคมีเพื่อประเมินความต้องการธาตุอาหารของสละสำหรับ
ใช้เป็นแนวทางการใส่ปุ๋ยอย่างถูกต้อง
• ควรกำจัดวัชพืชก่อนใส่ปุ๋ย และใส่ปุ๋ยในขณะที่ดินมีความชื้นเพียงพอ
• ปุ๋ยคอกอัตรา 30-40 กิโลกรัม/กอ/ปี แบ่งใส่ปีละ 2 ครั้ง
• ปุ๋ยเคมีที่มีเรโชเท่ากับ 1:1:1 หรือ 2:1:2 หรือใกล้เคียง อัตรา 1-2 กิโลกรัม/กอ/เดือน ใส่ทุกเดือน ๆ ละ 1-2 ครั้งโดยพิจารณาจากความสมบูรณ์ของต้นและปริมาณผลผลิตประกอบด้วย
2. การให้น้ำ
ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอโดยเฉพาะในช่วงขาดฝนควรให้น้ำวันเว้นวันหรือ 100-118 ลิตร/กอ/วันสำหรับ
ระยะปลูก 6x6 เมตร
3. การตัดแต่งทางใบ
• สละที่ให้ผลผลิตแล้วควรไว้ทางใบ 15-20 ทางใบ
• ไม่ควรตัดแต่งทางใบที่รองรับทะลายผลจนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
• ทางใบช่วงที่มีใบตัดแล้วนำมาปูคลุมโคนโดยคว่ำหนามลงดินส่วนช่วงโคนที่ไม่มีใบนำไปบดละเอียดด้วย
เครื่องบดทางสละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป
4. การตัดแต่งหน่อและไว้กอ
หลัง จากเลี้ยงหน่อได้จำนวนต้นที่ต้องการแล้วคอยหมั่นตัดหน่อที่ไม่ต้องการออก ทั้งหน่อข้างต้น (หน่อต๊อก) และหน่อดินเมื่อสะละมีอายุได้ประมาณ 7-8 ปี หรือเมื่อต้นมีความสูงไม่น้อยกว่า 1 เมตร อาจตัดต้นแม่ออกนำไปขยายพันธุ์เพื่อให้มีช่องว่างตรงกลางกอ จะทำให้ปฏิบัติการดูแลรักษาสะดวกยิ่งขึ้น
5. การตัดแต่งดอก
ค้านดอกที่ออกมาในระยะก่อน 2 ปีควรตัดทิ้งเพราะผลผลิตที่ได้ในระยะนี้จะไม่มีคุณภาพตัดแต่งช่อดอกในแต่
ละด้านให้เหลือปริมาณพอเหมาะกับความสมบูรณ์ต้น โดยสังเกตจากช่อดอกหากสมบูรณ์จะอวบยาว สีแดงเข้ม
กาบหุ้มมีสีดำหรือสีน้ำตาล
6. การผสมเกสร
สละต้องช่วยผสมเกสร
• ผสมเกสรโดยตัดช่อดอกตัวผู้ของระกำ สะกำหรือสละที่บานแล้วมาเคาะใส่ช่อดอกตัวเมียที่บานแล้วประมาณ 50% ของช่อดอกขึ้นไป ให้ละอองเกสรตกลงไปผสมกับเกสรตัวเมีย
• ผสมเกสรโดยใช้เกสรสำเร็จรูปที่เก็บรวบรวมไว้กับแป้งทาลคัมอัตรา 1:10 พ่นบนช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว 80% ก่อนนำเกสรสำเร็จรูปไปใช้ควรทดสอบเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตของละอองเกสรก่อน
• การผสมเกสรสามารถทำได้ตลอดทั้งวัน แต่ในฤดูฝนเมื่อผสมแล้วต้องคลุมดอกไว้อย่างน้อย 2 วัน •
7. การโยงผล
โยงผลตามความเหมาะสมโดยเฉพาะในต้นเล็กที่กระปุกผลอยู่ใกล้พื้นดิน
8. สุขลักษณะและความสะอาด
• ควรรักษาแปลงปลูกให้ถูกสุขลักษณะและสะอาดอยู่เสมอ
• กำจัดวัชพืชเพื่อไม่ให้แข่งขันกับสะละหรือเป็นแหล่งอาศัยของศัตรูพืช
• ควรเก็บเศษพืชโดยเฉพาะที่เป็นโรคไปทำลายนอกแปลงปลูก
• ทางใบสละที่ตัดแต่งทิ้งควรนำมาคลุมโคนหรือกองไว้บริเวณระหว่างแถว หรือย่อยด้วยเครื่องบดเศษซากพืช แล้วใส่บริเวณโคนต้นเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุในสวนสละ
• ผลสละที่เน่าเสียจากการทำลายของเชื้อราควรเก็บรวบรวมนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก
• ภาชนะบรรจุสารเคมีที่ใช้หมดแล้วควรเก็บรวบรวมนำไปทำลายอย่างเหมาะสม เช่น ฝังดินหรือทิ้งในสถานที่ที่จัดไว้สำหรับทิ้งภาชนะเหล่านี้
• ควรทำความสะอาด ดูแลและซ่อมบำรุงเครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้งานภายในสวนอยู่เสมอ

การเก็บเกี่ยวสละ
• นับอายุผล ควรเก็บเกี่ยวเมื่อผลสละมีอายุประมาณ 37 สัปดาห์หลังดอกบาน(ประมาณ 9 เดือน) จะได้ผลสละที่มีรสหวานอมเปรี้ยว
• สังเกตสีเปลือก จะเปลี่ยนจากสีน้ำตาลดำเป็นสีน้ำตาลแดง ผิวแตกลายเป็นลายคล้ายเกล็ดงูชัดเจน
• บีบผลแล้วรู้สึกว่านิ่ม เนื่องจากมีความแน่นเนื้อน้อยลง เมื่อทดสอบปลิดผลจะหลุดออกจากขั้วได้ง่าย
• ทดสอบรสชาติโดยการชิมเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด โดยควรชิมในแต่ละกระปุกก่อนเก็บเกี่ยวเพราะในแต่ละกระปุกจะสุกแก่ไม่พร้อมกัน
วิธีการเก็บเกี่ยว
• ใช้กรรไกรหรือมีดมีคมตัดกระปุกสละทีละกระปุกวางในเข่งหรือตะกร้าพลาสติกระมัดระวังอย่าให้ผล
หลุดร่วง
• ขนถ่ายจากแปลงไปยังโรงเรือนคัดบรรจุ (Packing House) ด้วยความระมัดระวังวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว
การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว :
• คัดเลือกโดยตัดแต่งผลที่ลีบและเน่าเสียออก
• ทำความสะอาดโดยใช้น้ำจืด
• คัดแยกคุณภาพก่อนการจำหน่ายจะทำให้ได้ราคาดีกว่าการจำหน่ายคละ
• บรรจุลงเข่งหรือตะกร้าพลาสติกที่บุด้วยวัสดุป้องกันการชอกช้ำระหว่างขนส่ง เช่น ใบตองกระดาษหนังสือพิมพ์ เป็นต้น
การเก็บรักษาผลผลิตและการบรรจุ
อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเก็บรักษาคือ 15 oC อายุของสละที่สามารถเก็บรักษาได้นานที่สุด 37 สัปดาห์หลัง
ดอกบานโดยเก็บได้ 28 วัน เมื่อนำออกมาจากห้องเย็นยังมีอายุการวางจำหน่ายได้อีก 3 วัน โดยคุณภาพไม่เปลี่ยนแปลง
 
8 900 ฿


7 900 ฿


7 900 ฿


8 900 ฿


12 000 ฿


8 900 ฿


10 000 ฿


9 900 ฿


8 900 ฿


9 900 ฿